เปิดงาน "สวัสดี หนีห่าว" สร้างความเชื่อมั่นเอเย่นต์ สื่อจีน 600 คนเยือนไทย
ขอบพระคุณข้อมูลข่าวต้นฉบับจาก ฐานเศรษฐกิจ
วันที่
29 พฤษภาคม 2568 เวลา
16.30
น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
จะเป็นประธานเปิด
งาน
"สวัสดี หนีห่าว" พร้อม
สร้างความเชื่อมั่นเอเย่นต์
สื่อจีน
600
คนเยือนไทย
โดยนางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่
รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและ
แปซิฟิกใต้ ของการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย
(ททท.)
เปิดเผยว่า
ปัญหาใหญ่ที่สุดในภาคการ
ท่องเที่ยวไทย
โดยเฉพาะตลาด
นักท่องเที่ยวจีน
แต่ไม่สามารถ
แก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น
เป็น
เรื่องการแก้ไขภาพลักษณ์ของ
ประเทศไทย
ซึ่งมีการวางแนวทาง
และกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาเหล่านี้
ผ่านสำนักงานการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทยทั้ง
5 แห่ง เป็นการทำ
กิจกรรมในประเทศจีน
อาทิ การ
ประชาสัมพันธ์
และการขายต่างๆ
เพราะไม่ได้หมายความว่า
ไม่มี
ความต้องการ
(ดีมานด์) ของ
นักท่องเที่ยวจีน
สะท้อนจากตัวเลข
นักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเฉลี่ย
ประมาณ
10,000
คนต่อวันในช่วง
พีก
แม้ช่วงที่ลดลงต่ำมากๆ ก็
ยังมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามา
หลัก
6,000
คนต่อวัน
สำหรับกิจกรรมนอกประเทศจีน
จะ
จัดขึ้นในประเทศไทย
เป็นการ
ร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย
และเอกชนไทย-จีน
โดยการจัดกิจกรรม
“สวัสดี หนี
ห่าว”
เป็นการส่งเสริมการเดินทาง
เชื่อมความสัมพันธ์ของไทยและจีน
อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นว่า
ประเทศไทยปลอดภัย
พิธีนี้
ได้เชิญนางสาวแพทองธาร
ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี มาเป็น
ประธาน
ซึ่งโครงการนี้ไม่ได้เป็น
การแก้ไขปัญหาเรื่องภาพลักษณ์
เท่านั้น
แต่ใช้เป็นโอกาสนำเสนอ
มุมมองใหม่ของประเทศไทยให้กับ
นักท่องเที่ยวจีน
ที่เปลี่ยนจากการ
เที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์
มาเที่ยวเองกัน
มากขึ้น
ทั้งนี้หลังจัดกิจกรรมนี้ การท่องเที่ยว
แห่งประเทศไทย จะประเมินแนวโน้ม
ตลาดจีนอีกครั้งว่าจะขยับมากน้อย
เท่าใด ซึ่งในกรณีที่แย่ที่สุดทั้งปี 2568
อาจมีจำนวนประมาณ 5 ล้านคน หาก
เป็นกรณีที่ดีที่สุด อาจมีนักท่องเที่ยว
มาถึง 6,900,000 คน แต่การท่อง
เที่ยวแห่งประเทศไทย ก็จะ
พยายามทำให้ได้ตามเป้าหมาย
ของรัฐบาลที่ 8 ล้านคน
ทางด้านอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ยนักท่อง
เที่ยวจีนคิดเป็น 5,300 บาทต่อวัน
พักเฉลี่ย 5-6 วัน
การจัดกิจกรรมสวัสดี
หนีห่าว จะมี
เอเย่นต์จีนและสื่อมวลชนจีนเดิน
ทางเข้าร่วมงาน
จำนวน 600
คน
แบ่งเป็นสื่อมวลชน
ผู้นำความคิด
(เคโอแอล)
จำนวน 200
คน และ
เอเย่นต์จากฝั่งประเทศจีน
จำนวน
400
คน ซึ่งในจำนวนเอเย่นต์ 100
คน
เป็นผู้ติดตามที่ออกค่าเดินทาง
ด้วยตัวเอง
และมีผู้ขายฝั่งประเทศ
ไทยจำนวน
500 คน
งานครั้งนี้คาดหวังว่าจะสร้างการ
รับรู้ได้กว่า
350 ล้านคนต่อครั้ง
เกิดการนัดหมายทางธุรกิจจำนวน
5,000
ครั้ง ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่
ดี
สะท้อนจากบริษัทโฮลเซลขนาด
ใหญ่ทางตอนเหนือของจีนที่เข้ามา
ปรึกษากับการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย
สำนักงานปักกิ่ง เพื่อ
จะพาเอเย่นต์มาสำรวจตลาด
ท่องเที่ยวในไทย
เพราะประเทศไทยเป็นตลาดอันดับ
ต้นๆ
เมื่อนักท่องเที่ยวหายไป ก็
กระทบผู้ประกอบการเหล่านั้น
เช่นกัน
จากที่ก่อนหน้านี้
เหตุการณ์แผ่นดินไหวทำให้ตึก
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
(สตง.)
ถล่ม การท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย
ได้เชิญเอเย่นต์จีน
มาร่วมแฟมทริปในไทย
แต่ก็ปฏิเสธ
การมาในตอนนั้น
แต่เมื่อมีบริษัท
โฮลเซลขนาดใหญ่เข้ามาคุยเองว่า
จะเดินทางมาประเทศไทย
จึงถือ
เป็นสัญญาณที่ดี
ภายในงาน
จะมีการจัดการแสดง
เพื่อสร้างมุมมองใหม่ให้กับกลุ่มคน
ที่เข้ามาร่วมงาน
“สวัสดี หนีห่าว”
ด้วย จากนั้นมีการจัดเส้นทางท่องเที่ยว
เพื่อพาไปชมภาพท่องเที่ยวไทยที่เป็น
ความจริง แบ่งเป็นกลุ่มเอเย่นต์จีน และ
กลุ่มเคโอแอล ซึ่งกลุ่มเอเย่นต์จีน จะ
เป็นฤดูกาลทุเรียนของจังหวัด
ระยอง แล้วจึงจะกลับมาพัทยา เพื่อหา
มุมมองใหม่ในการทำตลาดเที่ยวไทยต่อ
จากนี้ ทางด้านกลุ่มเคโอแอล แบ่งเป็น
5 เส้นทาง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ,
พระนครศรีอยุธยา, ระยอง , นครปฐม
และพัทยา เพื่อชมความสวยงามของ
วัดวาอารามไทย กิจกรรมด้านความ
ยั่งยืน และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
โดยสื่อต่างๆที่เข้ามาร่วมเส้นทางท่อง
เที่ยวนั้น จะนำเสนอภาพเที่ยวไทยออก
ไป คาดว่าจะช่วยให้เกิดการรับรู้และ
การนำเสนอขายท่องเที่ยวประเทศ
ไทยได้มากขึ้น
ปัจจัยส่วนหนึ่งที่นักท่องเที่ยวมา
ไทยน้อยลง
เนื่องจากทุกประเทศ
ต่างแย่งชิงนักท่องเที่ยวจีน
รวมถึง
รัฐบาลจีน
ได้ส่งเสริมให้คนจีน
ท่องเที่ยวในประเทศด้วย
ขณะที่
ภาพรวมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ปี
2568 ในจำนวน 39 ล้านคน
แบ่งเป็นสัดส่วนแบ่งของตลาด
ระยะใกล้
70% และตลาดระยะไกล
30%
ส่วนรายได้ในตลาดระยะใกล้
คิดเป็นสัดส่วน
61% และตลาด
ระยะไกล
39%
โดยข้อมูล
ณ วันที่ 21
พฤษภาคม
2568
ระบุว่าตลาดที่จำนวน
นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง
ต้องรีบ
แก้ไขให้ฟื้นตัวกลับมา คือ นักท่องเที่ยว
จีนที่ลดลง 32% , นักท่องเที่ยวฮ่องกง
ที่ลดลง 22% , นักท่องเที่ยวเวียดนาม
ที่ลดลง16% , นักท่องเที่ยวเกาหลีที่ลด
ลง 15% เป็นต้น
สำหรับตลาดที่มีสัญญาณดีจาก
จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
คือ นักท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ที่เพิ่ม
ขึ้น 32% , นักท่องเที่ยวอินเดียที่
เพิ่มขึ้น 16% , นักท่องเที่ยว
ออสเตรเลียที่เพิ่มขึ้น 16% และ
นักท่องเที่ยวอินโดนีเซียที่เพิ่มขึ้น
1%
นำเสนอข่าวโดย สำนักงานเลขาธิการสมาคมนักธุรกิจกว๋องสิว(ประเทศไทย)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น