เงินบาทอ่อนค่า จับตาสัปดาห์หน้า 4 ปัจจัยสำคัญ และราคาทองตลาดโลก
เงินบาทอ่อนค่า
กสิกรไทยคาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตาสัปดาห์หน้า 4 ปัจจัยสำคัญ
ทั้งตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2568 ของไทย
สถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าสำคัญ
ทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก และสัญญาณเงินทุนต่างชาติ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทอ่อนค่าตามราคาทองคำในตลาดโลก
ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาบางส่วนตามแรงขายเงินดอลลาร์ฯ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
มีสัญญาณอ่อนแอ
เงินบาทอ่อนค่าตามการปรับตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลกและสัญญาณขายสุทธิของต่างชาติในตลาดพันธบัตรไทย
ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นรับข่าวสหรัฐฯ
และจีนบรรลุข้อตกลงปรับลดอัตราภาษีศุลกากรฝ่ายละ 115% เป็นเวลา
90 วัน ประกอบกับมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากการคาดการณ์ว่า
เฟดจะยังไม่รีบปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และจากคำกล่าวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแห่งสหรัฐอเมริกา
ที่ระบุว่า สหรัฐอเมริกาไม่ได้ต้องการทำให้การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ฯ
เป็นประเด็นในการหารือเพื่อเจรจาการค้า
เงินบาทแข็งค่ากลับมาบางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ หลังตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกามีสัญญาณอ่อนแอ กดดันเงินดอลลาร์ฯ ให้อ่อนค่าลงตามการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐอเมริกา
อย่างไรก็ตาม กรอบการฟื้นตัวของเงินบาทเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากยังมีแรงขายทำกำไรทองคำในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง
ในวันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.02 บาทต่อดอลลาร์ฯ เมื่อวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2568
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 13-16 พ.ค. 2568 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 4,361 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 19,880 ล้านบาท (แบ่งเป็น ขายสุทธิพันธบัตร 18,818 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 1,062 ล้านบาท)
ในสัปดาห์ระหว่างวันที่
19
พฤษภาคม 2568 ถึงวันที่ 23 พฤษภาคม 2568
ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.80-33.60
บาทต่อดอลลาร์ฯ
ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่
ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2568 ของประเทศไทย รวมถึงสถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศคู่ค้าสำคัญ
ตลอดจนทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก และสัญญาณเงินทุนต่างชาติ
ขอบพระคุณแหล่งที่มาของข้อมูลจาก
ประชาชาติธุรกิจ
********************************************
เรียบเรียงโดย
สำนักงานเลขาธิการสมาคมนักธุรกิจกว๋องสิว(ประเทศไทย)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น