ท่องเที่ยวจีนหาย-ส่งออกเริ่มแผ่ว! จีดีพีไทยปี 2568 เสี่ยงโตต่ำ 1%
ข่าววันอังคารที่
20 พฤษภาคม 2568 จาก MSN
“ท่องเที่ยวจีนหาย-ส่งออกเริ่มแผ่ว!
จีดีพีไทยปี 2568 เสี่ยงโตต่ำ 1%”
จากกรณีที่ทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
(สศช.) ได้ปรับประมาณการแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2568 ใหม่
จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว อยู่ที่ 2.3% ถึง 3.3% (ค่ากลางของการประมาณการอยู่ที่ 2.8%) เหลือการขยายตัวเพียง
1.3% ถึง 2.3% (ค่ากลางการประมาณการอยู่ที่
1.8%)
โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายจ่ายลงทุนภาครัฐ
สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 รวมทั้งการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการบริโภคภาคเอกชน
ท่ามกลางอัตราการว่างงานและอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ
และการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง
ทั้งนี้
การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยทั้งปียังมีข้อจำกัดจากภาระหนี้สินครัวเรือนและภาคธุรกิจที่อยู่ในระดับสูง
และมีแนวโน้มชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ตามแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก
และผลกระทบจากการดำเนินมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ
รวมทั้งความเสี่ยงจากความผันผวนในภาคเกษตร
ทางด้านนายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับฐานเศรษฐกิจว่า
“เศรษฐกิจไทยที่สภาพัฒน์ได้รายงานมาช่วงเช้าของวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เชื่อว่าอัตราการเติบโตจะเป็นจุดสูงสุดแล้ว เพราะในช่วงไตรมาสแรกได้แรงหนุนจากการส่งออกที่ขยายตัวเด่นจากการเร่งส่งออก ประกอบกับจำนวนนักท่องเที่ยวยังอยู่ในเกณฑ์ขยายตัวดี แต่หากมองไปยังช่วงไตรมาส 2/2567 การส่งออกมีแนวโน้มจะเริ่มชะลอตัว หลังจากการที่ผู้ค้าเร่งนำเข้าไปแล้วก่อนหน้า ค่อนข้างมาก รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เริ่มลดลงอย่างมีนัยยะในช่วงไตรมาส 2/2567
การที่สภาพัฒน์ประเมินว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวเพียง 1.8% จึงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง โดยมองว่าหนทางข้างหน้านั้น ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก ทั้งในเรื่องข้อสรุปของการเจรจาด้านภาษีกับสหรัฐอเมริกา ที่ยังคาดเดาได้ยาก ว่าท้ายที่สุดแล้วสหรัฐอเมริกาจะปรับลดหรือไม่ และหากลดภาษีการนำเข้าสินค้าของไทยจะอยู่ที่ระดับเท่าไหร่ และสินค้าประเภทใดบ้าง
หากว่าไทยถูกภาษีนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ในอัตรา 36% ขณะที่ประเทศอื่นมีภาษีที่ต่ำกว่าไทย จะส่งผลทำให้ความสามารถในการแข่งขันของไทยต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน และมีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยร่วมด้วย โดยมีการคาดการณ์กันว่าหากประเทศไทยเผชิญภาษีในอัตราที่สูงมากกว่า 37% จะทำให้เศรษฐกิจไทยท้ายที่สุดแล้วขยายตัวเพียง 0.7%"
ในแง่ของการท่องเที่ยวของไทยก็เริ่มเผชิญกับปัจจัยกดดันจากการเดินทางเข้ามาที่ลดลงของนักท่องเที่ยวจีน โดยจำนวนชาวจีนเดินทางมาไทยลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน 2 เดือนติดต่อ และมีแนวโน้มจะลดลงอย่างต่อเนื่อง จากความกังวลหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัย ราคาสินค้าและบริการที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหารและโรงแรม
โดยการท่องเที่ยวไทยปี 2568 มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่จำนวนนักท่องเที่ยวจะไปไม่ถึง 38 ถึง 39 ล้านคน สาเหตุที่นักท่องเที่ยวจีนเริ่มเดินทางเข้าไทยน้อยลง เป็นไปได้หลายสาเหตุ อาทิ ค่าครองชีพในไทยที่สูงขึ้น การเดินทางกับแท็กซี่ของ ไทยที่เผชิญการโกง ด้วยการไม่กดมิเตอร์ รวมถึงความปลอดภัยในประเทศ หลังมีข่าวนักแสดงจีนหายตัวไป
อีกทั้งที่เที่ยวใหม่ๆ ไม่เกิดขึ้น ไทยมีจุดเที่ยวเพียงไม่กี่แห่ง อาทิ วัดในกรุงเทพฯ เยาวราช สำหรับจังหวัดยอดนิยม ก็มีเพียงเชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา โดยปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวจีนยังเป็นหลักหรือคิดเป็นกว่า 13% ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลาง ยังไม่สามารถจะชดเชยได้ ดังนั้นกลุ่มท่องเที่ยวอาจยังไม่น่าสนใจ แม้ราคาหุ้นจะปรับลงมาก็ตาม
ขณะที่การส่งออกไทยมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ในกรณีที่การเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ไม่สามารถหาข้อตกลงได้และไทยเผชิญการเก็บภาษีที่ 36% หากสวนทางกับประเทศอื่นๆ ที่สหรัฐฯ ประกาศภาษีต่ำกว่าไทย แน่นอนผลที่ตามมาคือความสามารถในการแข่งขันของไทยก็ลดลงไปด้วย
แต่หากไทยเผชิญการเก็บภาษีไม่ได้มากนัก ก็อาจเป็นเพราะเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวนจากการสกัดการค้าของสหรัฐอเมริกากับนานาประเทศ จะทำให้การค้าโลกเติบโตลำบาก และก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการก็ได้เร่งนำเข้าไปแล้ว จึงยังถือเป็นความเสี่ยง ทั้งการส่งออกที่จะแย่ลงและการท่องเที่ยวจะทำให้เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงขาลง ซึ่งหากเป็นที่ตลาดหุ้นเริ่มเห็นผลกระทบแล้ว ผ่านกำไรบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 1/68 โดยเฉพาะกลุ่มอิงการบริโภค (HMPRO CPAXT) และน่าจะเริ่มเห็นผลกระทบอย่างมีนัยยะในช่วงไตรมาส 2/68 ทั้งกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และเศรษฐกิจ"
ขอบพระคุณแหล่งที่มาของข่าวจาก
https://www.thansettakij.com
******************************************
เรียบเรียงโดย
สำนักงานเลขาธิการสมาคมนักธุรกิจกว๋องสิว(ประเทศไทย)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น